Home Blog Krutoo Insights
Krutoo Insights
1 ต.ค. 2025
Guides on IGCSE, A-level, study skills and admissions, written by Krutoo tutors to support families in Thailand.
  • IGCSE and A-level guides
  • Study skills and revision
  • University admissions advice
Author section :
KruPong

Education planner with deep expertise in the UK curriculum and school systems.

Share on Social
Suggest Blogs
สอบรอบ January ไม่มั่นใจ ทำไงดี ?
21 ม.ค. 2026
เดี๋ยวนี้ เด็ก ๆ Year 12 และ Year 13 บางโรงเรียน มีการสอบ A-level รอบ January กันด้วย เพราะหลักสูตร International A-level ของ Pearson Edexcel นั้น มีเปิดสอบมากถึงปีละ 3 รอบได้แก่รอบหลักคือ May/June และรอบย่อยสองรอบคือ October และ January และโครงสร้างหลักสูตรเป็นแบบ Modular เต็มรูปแบบ จึงสามารถทยอยสอบ ทยอยเก็บคะแนน ทีละ 1-2 unit ในแต่ละรอบ ๆ ของปีได้ จนถึงวันนี้หลาย ๆ คนคงสอบรอบ January เสร็จไปแล้ว หรือกำลังเข้าสู่วันสุดท้ายแล้ว และอาจจะรู้ตัวแล้วว่า สิ่งที่พยายามมาตลอดนั้นจะส่งผลเป็นเช่นไร เป็นธรรมดาที่บางคนจะเดินออกจากห้องสอบด้วยความมั่นใจ ว่าจะมีคะแนนที่ดี ที่จะ Contribute ไปสู่เกรดรวมในวันข้างหน้าได้อย่างตั้งใจ แต่บางคนอาจรู้สึกห่อเหี่ยว หดหู่ ผิดหวัง หมดหวัง เพราะทำไม่ได้ดีอย่างที่คาดคิดเอาไว้ และก็เริ่มกังวลแล้วว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะส่งผลต่อเกรดรวมมากแค่ไหน จะตัดสินใจอนาคตของตัวเองต่อไปอย่างไร อย่าเพิ่งกังวลใจไปครับ ของแบบนี้มันแก้ไขกันได้ เข้าใจโครงสร้างของ International A-level ก่อน อย่างที่เกริ่นไปว่า International A-level ของ Pearson Edexcel นั้นมีโครงสร้างแบบ Modular และแบ่งการสอบในแต่ละวิชาเป็นหลาย ๆ Unit เกรดรวมนั้นจะมาจากการเอาคะแนนของทุก Unit มารวมกัน ยกตัวอย่างเช่น วิชา Physics นั้นจะมีทั้งหมด 6 Unit (ข้อมูลโดยละเอียดว่าแต่ละวิชามีกี่ Unit คิดเกรด คิดคะแนนอย่างไร ดูเพิ่มเติมได้จากหน้าเว็บไซต์ของ Pearson Edexcel ที่ https://qualifications.pearson.com/en/qualifications/edexcel-international-advanced-levels.html นะครับ) เด็กคนหนึ่งอาจได้รับการวางแผนจากโรงเรียนให้แบ่งสอบในลักษณะนี้ Year 12 เดือน January สอบ Unit 1 Year 12 เดือน May/June สอบ Unit 2 และ Unit 3 Year 13 เดือน January สอบ Unit 4 Year 13 เดือน May/June สอบ Unit 5 และ Unit 6 เมื่อสอบจบครบ 6 Unit ก็จะได้เกรดรวม เป็นการจบ A-level ในวิชา Physics ในที่สุด คราวนี้สิ่งที่หลาย ๆ คนกังวลกันก็คือ ยกตัวอย่างกรณีนี้ สอบ Physics Unit 1 ไปแล้วตอนรอบ January ของ Year 12 นี้ แล้วปรากฎว่าทำไม่ได้ และพอคะแนนออกมาก็ไม่ดีอย่างที่กังวลไว้จริง ๆ จะทำอย่างไรได้บ้าง เพราะมันจะมีผลต่อเกรดรวมในที่สุด คำตอบก็คือ Retake หรือสอบใหม่ครับ Retake เป็นราย unit แล้วเอาคะแนนครั้งที่ดีที่สุดมาใช้ ตามที่อธิบายไปว่า International A-level ของ Edexcel นั้น สามารถสอบได้ปีละ 3 รอบ และในวิชายอดนิยมหลาย ๆ ตัว อย่าง Physics ก็เป็นหนึ่งในนั้น)เราสามารถที่จะสอบ Unit ใด ๆ ก็ตามในรอบไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นสอบ Unit 1 ไปแล้วตอน January แล้วคะแนนไม่เป็นที่น่าพอใจ จะสอบใหม่ตอน May/June ก็ย่อมทำได้ ว่าแต่คำถามสำคัญคือ ถ้าสอบมากกว่า 1 ครั้งใน Unit เดิมนั้น แล้วคะแนนจะคิดอย่างไร คำตอบก็คือ ทุก Unit นั้นจะใช้คะแนนครั้งที่ดีที่สุดจาก 2 ครั้งล่าสุดของการสอบ Unit นั้น ๆ มาเป็นคะแนนสุดท้ายที่จะเอาไปใช้ในการรวมเกรด ยกตัวอย่างเช่น รอบแรกได้ 90 รอบที่สองได้ 110 คะแนนของ Unit นี้ก็จะเป็น 110 รอบแรกได้ 100 รอบที่สองได้ 95 คะแนนของ Unit ก็จะเป็น 100 แต่ถ้าสอบ 3 รอบ เช่น รอบแรกได้ 100 รอบที่สองได้ 90 และรอบที่สามได้ 80 เขาจะดูแค่ 2 ครั้งล่าสุด (คือครั้งที่สองและสาม) แล้วเลือกคะแนนที่ดีที่สุดจาก 2 ครั้งล่าสุดนั้นมาใช้ เพราะฉะนั้น เขาจะดูแค่ 90 กับ 80 และได้คะแนนสุดท้ายเป็น 90 กลายเป็นว่า 100 ที่เคยทำได้ หมดค่าไปเลย (เพราะฉะนั้นสอบมากกว่า 2 ครั้งใน Unit เดิม ๆ ต้องระวัง) แต่โดยสรุปก็คือ ผิดพลาดแล้วก็ Retake ได้ครับ แต่ได้ข่าวว่าโรงเรียนไม่เล่นด้วย ใช่ครับ หลาย ๆ โรงเรียนไม่นิยมให้เด็ก ๆ Retake ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเหตุผลคืออะไร อาจจะเป็นเพราะการจัดการของโรงเรียนที่จะยุ่งยากขึ้น หรืออยากให้เด็ก ๆ ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ไม่อาจทราบใด ซึ่งถ้าสุดท้ายโรงเรียนไม่ยอมให้ Retake จะทำอย่างไรได้บ้าง ทางแก้มี 2 ทางครับ ที่ Krutoo Home Education เราเป็น Exam Centre ของ Pearson Edexcel (และ Cambridge) อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ใครที่ต้องการ Retake สามารถมาลงสอบ Unit ที่ต้องการได้ที่นี่เลย ซึ่งสุดท้ายถ้าคะแนนที่ได้ ดีกว่าคะแนนที่เคยได้จากการสอบรอบ January ที่โรงเรียน ก็จะได้คะแนนที่สูงขึ้นแล้วเอาไปคิดรวมในเกรดได้เลย (ตอนนี้เราเปิดรับสมัครรอบ May/June 2026 แล้ว เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยครับ https://exam.krutoogroup.com/) แต่เด็กบางคนก็น่าเห็นใจ พอโรงเรียนรู้ว่ามา Retake ข้างนอกเพิ่ม ก็โดนตำหนิเสียยกใหญ่ และเกิดปัญหาตามมามากมาย ซึ่งถ้าไม่อยากมีปัญหากับโรงเรียน ก็ออกมาทำ Full-time Programme ที่ Krutoo ก็ได้ครับ Full-time Programme ที่ Krutoo เป็นยังไง Full-time Programme ที่ Krutoo มีทั้ง IGCSE และ A-level ในส่วนของ A-level นั้น คนที่สอบรอบ January เสร็จมาแล้ว และไม่มั่นใจ สามารถมาพูดคุยวางแผนก่อนตัดสินใจออกมาร่วม Full-time Programme กับที่ Krutoo ได้ เราอาจได้เห็นทางเลือกในชีวิตที่มากขึ้น เช่น จะวางแผน Retake วิชาไหนที่รอบไหนบ้าง และตัวที่เหลือทั้งหมดจะแบ่งรอบสอบอย่างไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด โอกาสในการจบ A-level ได้เร็วกว่าเดิม เพราะหลาย ๆ คนสามารถจบได้ตั้งแต่รอบ January ของ Year 13 ทำให้มีเกรดที่สามารถสมัครบางประเทศที่ปกติต้องรอ Gap Year ก่อนได้ เช่นสิงคโปร์ เป็นต้น ความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนวิชาใหม่ หากวิชาเดิมที่เรียนที่โรงเรียนเดิมมันไม่ Work ก็สามารถทำใหม่ได้ทั้งหมด เพื่อให้ได้วิชาที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด นอกจากนี้ Full-time Programme ที่ Krutoo เราเป็นการเรียนแบบ 1-on-1 เพราะฉะนั้น การเรียนจะเข้มข้น และถูกออกแบบมาให้เฉพาะกับตัวตนของแต่ละคนอย่างแท้จริง แถมการ Consult วางแผนการเรียน วางแผนการเข้า Top University นั้น ก็ถูก Craft ออกมาเพื่อให้ทุกคนได้เรียนในที่ที่ดีที่สุดที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ เท่านั้น สนใจ Full-time Programme ที่ Krutoo หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการ Retake ติดต่อเข้ามาพูดคุยกันตามช่องทางข้างล่างนี้ได้เลยครับ Line @krutoo โทรศัพท์ 02-026-3221 ขออวยพรให้ทุกคน ได้ผลสอบสอบ January ที่พึงพอใจ แต่หากมีอะไรให้ช่วย ก็อย่าลืมนึกถึง Krutoo นะครับ Krutoo Home Education: Tailored Learning Paths, Shared Dreams
ไม่ต้องไปโรงเรียน ก็สำเร็จได้ : Full-time Programme ที่ Krutoo คืออะไร ?
14 ม.ค. 2026
พอพูดถึง Krutoo (ครูตู่) หลาย ๆ คนอาจนึกถึงสถาบันติวเตอร์หลักสูตรอินเตอร์ ที่เด็ก ๆ จะมาเรียนกันหลังเลิกเรียน ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์​ หรือช่วงปิดเทอม แต่จริง ๆ แล้วแม้แต่วันธรรมดาช่วงกลางวัน ก็มีเด็กจำนวนมากที่มาเรียนที่ Krutoo ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วควรเป็นเวลาที่ต้องอยู่ที่โรงเรียนเสียมากกว่า จนหลายคนอาจสงสัยว่า เด็กกลุ่มนี้เขามาทำอะไร แล้วเขาไม่ไปโรงเรียนหรือ ? ใช่ครับ กลางวัน วันธรรมดา จะไปโรงเรียนหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ขอแค่ให้เกิดการเรียนรู้ก็พอแล้ว และนั่นคือเด็ก ๆ กลุ่มนี้ ที่มาเรียน Full-time Programme กับที่ Krutoo แทนที่จะไปโรงเรียน ว่าแต่อะไรแบบนี้มันเป็นไปได้หรือ ? มันถูกต้องหรือ ? แล้วมันแตกต่างจากการไปโรงเรียนตามปกติอย่างไร ? วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาสใหม่ทางการศึกษาของเด็กทุกคน ที่เรียกว่า Full-time Programme ที่ Krutoo กันครับ ทำไมเด็ก ๆ ถึงไม่ต้องไปโรงเรียนก็ได้ เพราะในหลักสูตรอินเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตร UK อย่าง IGCSE และ A-level นั้น เขาเน้นสาระสำคัญแค่ 2 ข้อ ข้อแรก เด็ก ๆ ต้องเรียนและพัฒนา Skills ที่จำเป็นในวิชานั้น ๆ ตามที่หลักสูตรออกแบบขึ้นมาได้ครบถ้วน ข้อสอง เด็ก ๆ ต้องผ่านการวัดผล ว่ามี Skills เหล่านั้นครบถ้วนแล้วจริง ๆ ได้สำเร็จ Full-time Programme ที่ Krutoo เราสอนหลักสูตรที่หลากหลาย แต่เน้นหลัก ๆ อยู่ 2 ตัวคือ IGCSE (หรือเทียบเท่าอย่าง GCSE) สำหรับเด็ก ๆ ที่อยู่เทียบเท่าช่วง Year 10 และ Year 11 International A-level (หรือเทียบเท่ากับอย่าง GCE A-level) สำหรับเด็ก ๆ ที่อยู่เทียบเท่าช่วง Year 12 และ Year 13 ซึ่งเป็น 2 หลักสูตร ที่เน้นตาม 2 ข้อข้างต้น คือเรียนให้ได้ Skills ตามที่ควรจะได้ และสอบวัดผลให้พิสูจน์ได้ว่าได้ Skills เหล่านั้นมาแล้วจริง ๆ เมื่อเด็กคนไหนทำได้ตามนี้ ก็ถือว่าสัมฤทธิ์ผลในการเรียนเป็นที่เรียบร้อย และใน 2 ข้อนี้ ไม่ได้มีการบังคับเรื่องรูปแบบ จะเรียนที่ไหนก็ได้ ที่โรงเรียนก็ได้ ที่บ้านก็ได้ หรือที่ Full-time Programme กับสถาบันอย่าง Krutoo ก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงมีเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่ทั้งพ่อแม่และตัวเด็กเองเห็นตรงกันแล้วว่า นี่คือรูปแบบการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของพวกเขาเอง ทำไมที่ Krutoo ถึงตอบโจทย์ในเรื่องหลักสูตร IGCSE และ International A-level เพราะที่ Krutoo เรามีความพร้อมทั้งเรื่องของการสอน และ การสอบ ในวงการการศึกษาอินเตอร์มาเป็นเวลาหลายปีครับ สถาบัน Krutoo เริ่มเปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์ต่าง ๆ มาเป็นเวลามากกว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เรายังไม่มี Full-time Programme ทำให้ครู ๆ และบุคลากรทุกคนของเรามีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตรเหล่านี้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจ การฝึกให้เด็ก ๆ ได้ Skills ที่ควรจะได้ รวมไปถึงแนวการในการทำข้อสอบเพื่อให้ได้คะแนนมากที่สุด เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนที่ Krutoo มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ส่วนในเรื่องของการสอบนั้น ปัจจุบันเราเป็น Approved Exam Centre ของ 2 Examinations Boards สำคัญของโลกได้แก่ Pearson Edexcel (สำหรับการสอบ IGCSE, GCSE, International A-level, GCE A-level, iLowerSecondary, iPrimary) Cambridge (หรือที่มักเรียกกันด้วยชื่อเก่าว่า CIE หรือ CAIE สำหรับการสอบ IGCSE, International A-level) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ที่เรียน Full-time Programme ที่ Krutoo นั้นก็สามารถทั้งเรียนและสอบในที่เดียวกันได้ ไม่จำเป็นต้องไปหา Exam Centre ข้างนอก เรียกได้ว่าครบถ้วนและสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง แล้ว Full-time Programme ที่ Krutoo ต่างกับการไปโรงเรียนอย่างไร ที่ต่างมากที่สุดคือ Krutoo เราเชื่อในเรื่องของ Tailored-made Education เพราะฉะนั้น การเรียนการสอนทั้งหมดของที่ Krutoo จึงเป็นแบบ 1-on-1 ครูหนึ่งคนกับเด็กหนึ่งคน เพื่อให้สามารถ Personalised รูปแบบ สไตล์ เทคนิค จังหวะ ความเร็วความช้า และอีกหลาย ๆ แง่มุมให้กับเด็ก ๆ แต่ละคนได้จริง ๆ ซึ่งถ้าจะขยายความให้เห็นภาพมากขึ้น ความ Personalised ของ Full-time Programme ที่ Krutoo นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายมิติดังนี้ การกำหนดเป้าหมาย (Purpose) เด็กแต่ละคนจะมีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป ไม่มีการเหมาเข่ง โดยเราจะดูจากสิ่งที่เด็ก ๆ Born to be และมี Passion เป็นสำคัญ บางคนอาจเหมาะกับการไป Oxbridge บางคนอาจเป็น Uni อื่น ๆ ใน UK ที่เก่งด้านนั้นมากที่สุด บางคนอาจควรมีเป้าหมายเป็นประเทศอื่น ที่ตอบโจทย์ชีวิตของเขาในหลาย ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้น จะไม่มีสูตรสำเร็จ จะไม่มีแผน A, B, C, D มีแต่การคิดเป้าหมายใหม่ทุกครั้งที่เจอเด็ก ๆ แต่ละคน เพื่อให้ดีกับชีวิตของเขามากที่สุด การวางแผน (Plan) เมื่อเป้าหมายต่างกัน การวางแผนสำหรับแต่ละคนก็ต่างกันไป เราลองนึกภาพระบบโรงเรียนหลักสูตร UK ทั่วไป การเปิดเทอมคือเดือน August/September และปิดเทอมตอนปลายเดือน June แต่ที่ Krutoo เด็ก ๆ สามารถเริ่มตอนไหนก็ได้ที่พร้อม และไม่จำเป็นต้องจบตอน June เท่านั้น บางคนเราวางแผนให้จบ A-level ได้ตอนเดือน January เพื่อให้มีเกรดทันยื่นบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ ที่โดยปกติเด็ก ๆ จะต้องมี Gap Year แต่ด้วยความ Tailored-made ที่ Krutoo ทำให้เด็ก ๆ จึงไม่ต้องเสียเวลาในชีวิตขนาดนั้น หรืออย่างเรื่องการสอบ เด็กบางคนเหมาะกับการสอบทีละหลาย ๆ วิชา บางคนเหมาะกับการทยอยสอบทีละนิด เราก็วางแผนให้แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก ๆ การเรียนการสอน (Learning and Teaching) เราเลือกคุณครูที่เหมาะกับเด็กแต่ละคนจริง ๆ ที่ Krutoo เรามีการนำผล Career Test ของเด็ก ๆ มาวิเคราะห์ว่า วิธีการเรียนรู้เป็นแบบไหน เหมาะกับคุณครูคนไหน และควรมีจำนวนชั่วโมงเรียนเป็นอย่างไร เพื่อให้เรียนสนุก ได้ผลลัพธ์ และไปถึงเป้าหมายได้จริง ๆ คุณครูที่ดีที่สุดของเด็กหลาย ๆ คน อาจไม่เหมาะกับเด็กบางคน ที่ Krutoo เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะมีความสุขและประสบความสำเร็จในการเรียนจริง ๆ การวัดผล (Assessment) นอกจากการสอบเมื่อถึงรอบวัดผลจริง ๆ ของ IGCSE หรือ International A-level แล้ว ที่ Krutoo เราเน้นเรื่องการทำ Assessment ระหว่างทาง อย่างเช่นการทำ Mock Exam เพื่อให้รู้ว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร และต้องช่วยเหลือแก้ไขอย่างไรให้ทันท่วงที เพื่อให้ไม่สะดุดล้มในเส้นทางสู่ความสำเร็จ ซึ่งแม้ที่ Krutoo เราจะจัด Mock Exam อย่างเป็นทางการก่อนการสอบแต่ละรอบจะมาถึงอยู่แล้ว แต่สำหรับเด็กบางคนเราก็ Personalised การ Mock เพิ่มให้เขา เพื่อให้เขาได้มีโอกาสฝึกซ้อมมากขึ้น พิสูจน์ตัวเองได้ดีขึ้น ซึ่งตรงกับที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่า ไม่ว่าเรื่องใด ๆ เราก็จะไม่มีการเหมาเข่ง เพราะเด็กทุกคนล้วนมีความแตกต่าง การปรับแต่งขั้นตอนและวิธีการให้เหมาะสม จะส่งผลดีที่สุดต่อเด็กแต่ละคนเสมอ ไม่ต้องไปโรงเรียน ก็สำเร็จได้ ถ้าเป็น Full-time Programme ที่ Krutoo หากใครกำลังอยู่ในหลักสูตร UK มีแผนหรือกำลังทำ IGCSE และ/หรือ Internationa A-level และรู้สึกว่าการเรียนแบบ 1-on-1 การมีเป้าหมายและแผนการเรียนแบบ Tailored-made และ Personalised ให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุดคือการศึกษาที่ดีที่สุด ที่ตัวเองสมควรจะได้รับในชีวิตนี้ Krutoo อาจเป็นหนึ่งในคำตอบที่กำลังมองหาก็ได้ครับ ติดต่อเข้ามาพูดคุยกันเบื้องต้นได้ที่ 02-026-3221 หรือ Line @krutoo แล้วมาค้นหาเส้นทางที่ดีที่สุดสู่ความสำเร็จของตัวเองกันนะครับ Krutoo Home Education : Tailored learning paths, shared dreams
เข้าใจง่ายที่สุด : IGCSE และ A-level คืออะไร
8 ม.ค. 2026
ใครเรียนหลักสูตร UK ยังไงก็ต้องเจอกับสิ่งที่เรียกว่า IGCSE และ A-level แต่กว่าโรงเรียนจะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไรและสำคัญอย่างไร ก็อาจจะช้าเกินไปที่จะใส่ใจกับมันให้มากกว่านี้ วันนี้เราจะมาเข้าใจเรื่องของ IGCSE และ A-level แบบง่าย ๆ กัน เข้าใจแล้วสามารถเอาไปใช้วางแผนเพื่อผลการเรียน และผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ยอดเยี่ยมได้เลย ก่อนอื่น ต้องเข้าใจแนวคิดของหลักสูตร UK ก่อน หลักสูตร UK มีแนวคิดเป็นอย่างไร ก็ต้องดูจากวิธีที่มหาวิทยาลัยดี ๆ ของบ้านเขาใช้ในการคัดเลือกเด็ก ๆ เข้าไปเรียน อย่างแรก เขาดูผลการเรียน ผลการเรียนดีมาตั้งแต่ต้น จนจบหรือไม่ (คำว่าต้นจนจบก็คือตั้งแต่ IGCSE จน A-level เพราะฉะนั้นทั้ง IGCSE และ A-level จึงสำคัญมาก ๆ) อย่างที่สอง เขาดูความเหมาะสม ว่าทำอะไรมาบ้างที่เป็นตัวบอกว่าจะเหมาะกับการเรียนในสาขาวิชาที่เลือกมา และดูแล้วจะมีอนาคตที่ดีกับการเรียนด้านนี้หรือไม่ ซึ่งเมื่อสรุปออกมา เราจะสามารถสรุปได้เป็น 3 คำสำคัญคือ Born to be เราเป็นคนที่มีเกิดมาและเติบโตมาอย่างมีทักษะที่จำเป็นเพื่อที่จะเรียนด้านนี้ ทำงานด้านนี้ ใช้ชีวิตอยู่กับด้านนี้หรือไม่ Passion เราเป็นคนที่หลงใหล คลั่งไคล้ ในสิ่ง ๆ นี้มากแค่ไหน วัน ๆ เราหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้จริง ๆ หรือไม่ Life Purpose เรามีเป้าหมายชีวิตอย่างแรงกล้าและชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเรากำลังเดินทางไปสู่เส้นทางนั้นหรือไม่ การพิสูจน์ตัวเองได้ว่า เรามีทั้ง 3 อย่างนี้ จะทำให้เรามีโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ที่ UK ได้มากขึ้น ซึ่งดูมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าเขาเชื่อในความเฉพาะทาง ในความเป็น Specialist ของแต่ละปัจเจกบุคคล เพราะฉะนั้น หัวใจสำคัญของหลักสูตรนี้คือ การเลือกในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ว่าแต่ เด็กคนหนึ่งที่โตขึ้นมา และผ่านประสบการณ์อะไรต่าง ๆ มามากมาย เขาจะรู้ได้อย่างไร ว่าอะไรเหมาะกับตัวเองมากที่สุด และนั่นคือเหตุผลของการมี IGCSE ครับ เป้าหมายของ IGCSE คือมีไว้เพื่อค้นหาตัวเอง หลักสูตร UK ในโรงเรียนระดับท็อป ๆ ที่ UK นั้น จะใส่กระบวนการค้นหาตัวตนของเด็กด้วยวิธีต่าง ๆ ตั้งแต่ Year 9 หรือเมื่อเด็กอายุ 13 ปี ที่เห็นได้บ่อยที่สุดจะเป็นการทำแบบทดสอบ ที่เราเรียกกันว่า Career Test (แบบเดียวกับที่เด็ก ๆ Krutoo ได้ทำ ซึ่งเป็น Career Test ของ APSthai) เมื่อทำเสร็จแล้วก็จะรู้แนวทางอาชีพเบื้องต้น รู้จักสิ่งที่ชอบ รู้จักนิสัยของตัวเอง และรู้จักความถนัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้แม้จะให้ภาพใหญ่เกี่ยวกับชีวิตตัวเอง แต่ก็ยังไม่ละเอียดพอที่จะเอามาตกผลึกได้ว่า อนาคตควรจะไปทางไหนกันแน่ ด้วยเหตุนี้ ผล Career Test ที่ได้จะถูกเอามาใช้เลือกวิชาเรียนให้ครอบคลุม และนั่นคือการเรียน IGCSE จากวัยเด็กจนถึงช่วงก่อน Year 9 เด็ก ๆ จะยังไม่มีโอกาสได้เลือกอะไรมากนัก โรงเรียนมีอะไรให้เรียน ก็เรียนไปตามนั้น แต่พอขึ้น Year 9 เด็ก ๆ จะเริ่มมีโอกาสได้เลือกอะไรต่าง ๆ ได้จากการเรียน IGCSE นี่แหละ ปกติแล้วเป้าหมายของ IGCSE จึงคือการเลือกวิชาให้ครอบคลุม ทดลองเรียนวิชาให้รอบ ๆ เพื่อตัดสินใจก่อนจะเรียนในระดับที่สูงขึ้นไป (ซึ่งก็คือ A-level) ว่าจะเรียนอะไรต่อไป หลัก ๆ แล้วที่เราจะแนะนำแนวทางในการเลือก IGCSE ไว้ด้วยหลักการ 2 ข้อ ข้อแรก - เลือกให้ครอบคลุมอาชีพที่ได้จากการทำ Career Test ข้อสอง - เลือกให้ครอบคลุมกลุ่มวิชาที่มหาวิทยาลัยระดับท็อปเขามองหา นั่นคือการเลือกให้สมดุล ซึ่งประกอบไปด้วย Math ทุกคนต้องเรียนอยู่แล้ว แต่ถ้าจะต้องใช้ Math ลึกขึ้นในวันข้างหน้า ก็เลือก Further Pure Math หรือ Additional Math ไปด้วย English ทุกคนต้องเรียนอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ลึกก็เรียนทั้ง English Language และ English Literature Science ทุกคนต้องเรียนอยู่แล้ว แต่เพื่อให้ครบถ้วน ก็ควรเรียนแยกให้ครบทั้ง 3 วิชา ได้แก่ Physics, Chemistry, Biology Social Science หรือ Humanities ได้แก่ History, Geography, Economics, Business, Psychology, Religious Studies เป็นวิชาที่ทำให้เข้าใจโลกและผู้คนมากขึ้น เด็กทุกคนควรเลือกอย่างน้อย 1 ตัวจากกลุ่มนี้ Creativity ได้แก่ Art, Drama, Music ซึ่งแสดงถึงความสมดุลของสมองทั้งสองซีก เด็กทุกคนควรเลือกอย่างน้อย 1 วิชาจากกลุ่มนี้ Technology ได้แก่ Design Technology, Computer Science, ICT เป็นวิชาที่จำเป็นกับยุคนี้ เด็กทุกคนควรเลือกอย่างน้อย 1 วิชาจากกลุ่มนี้เช่นกัน Language นอกจาก English กับ Thai เป็นตัวบังคับของหลาย ๆ คนแล้ว ก็ควรเลือกเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นภาษาสมัยใหม่อย่าง Mandarin, Spanish, French, German หรือภาษาดั้งเดิมอย่าง Latin ก็ควรมีอย่างน้อย 1 ตัวติดไว้ จากนั้น เด็ก ๆ มีหน้าที่ตั้งใจเรียนทุกตัวให้ดีที่สุด จนรู้ไปเลยว่าตัวไหนคือวิชาที่ใช่สำหรับตัวเองจริง ๆ ซึ่งเมื่อประกอบกับกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำระหว่างช่วง Year 9, 10, 11 นี้ ก็จะรู้ไปเลยว่าสิ่งที่ควรจะต้องทำต่อในอนาคตคืออะไร IGCSE นั้น โดยปกติถ้าเป็นโรงเรียนท็อป ๆ ใน UK จะเริ่มเรียนวิชาหลัก ๆ ตั้งแต่ Year 9 สอนให้จบทั้งหมดตอน Year 10 เพื่อที่ Year 11 จะได้มีเวลาทบทวน ทำ Past Papers และไปสอบตอน Year 11 เทอม 3 ส่วนในเมืองไทยนั้น โรงเรียนนานาชาติระบบ UK มักจะให้เริ่ม IGCSE ตอน Year 10 ซึ่งเด็ก ๆ อาจจะเกิดปัญหาเรียนจบไม่ทัน ไม่มีเวลาทบทวนและการทำ Past Papers ทำให้ไม่ได้เกรดดีเท่าที่ควร อันนี้ก็ต้องวางแผนกันดี ๆ เด็กบางคนจึงเลือกที่จะทำ Full-time Programme กับที่ Krutoo Home Education ในระดับ IGCSE ซึ่งเลือกวิชาเรียนได้หลากหลาย และสามารถทยอยสอบวิชาที่เรียนจบและพร้อมแล้วในรอบต่าง ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องสอบ Year 11 เทอม 3 เพียงอย่างเดียว ทำให้เก็บเกรด A* หรือเกรด 9 ได้มากขึ้น ทำให้ได้ Profile ที่ดี ที่จะไปใช้ต่อในอนาคตได้ A-level : พัฒนาตัวเองสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ เมื่อขึ้น Year 12 หลักสูตร A-level นั้นจะเหลือวิชาให้เด็ก ๆ เรียนเพียงแค่ 3-4 วิชา ซึ่งตัวเองเลือกมาแล้วว่าเป็นวิชาที่ใช่ที่สุด ที่จะเป็นพื้นฐานของการเอาไปใช้ต่อในระดับมหาวิทยาลัยและระดับวิชาชีพต่อไป และเมื่อเหลือเพียง 3-4 วิชา จะไม่มีคำว่าวิชาบังคับอีกต่อไป จะมีแต่วิชาที่จำเป็นที่จะต้องใช้เพื่อการเรียนต่อ ซึ่งการเลือก A-level ได้อย่างถูกต้องนั้น มาจาก การที่ได้เรียน IGCSE อย่างครอบคลุม และทำทุกตัวเต็มที่ จนรู้แล้วว่าตัวไหนใช่มากที่สุด การได้ทำกิจกรรมอย่างเข้มข้น เพื่อค้นหาตัวเอง จนรู้แล้วว่าอยากจะทำอะไรต่อไป เพราะฉะนั้นการเลือกวิชา A-level จะเป็นการเลือกโดยมีสาขาวิชาที่จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรืออาชีพในอนาคตเป็นตัวกำหนด ยกตัวอย่างเช่น จะต่อด้าน Engineering ก็ต้องมี Math, Further Math, Physics ยืนพื้น อีกตัวก็แล้วแต่ว่าเฉพาะทางจะไปทางไหน จะไปด้าน Medicine (หมอ) ก็ต้องมี Chemistry, Biology ยืนพื้น อีก 2 ตัวก็ขึ้นกับว่าชอบตัวไหน และมหาวิทยาลัยที่อยากไปเรียน เขาต้องการอะไร จะไปทาง Fashion Design หลัก ๆ ก็ต้องมี Fine Art แน่นอน ที่เหลือหลาย ๆ คนก็เลือก Business กับ Psychology เพื่อให้ครอบคลุมการเป็นเจ้าของ Brand ในอนาคต (แต่บางคนก็เลือก Fine Art, Textile, Graphic คือมุ่งด้าน Art ไปเลยเพื่อเป็น Specialist) หรือใครจะไปทาง Economics ก็ต้องเรียน Math, Further Math, Economics เป็นตัวหลัก อีกตัวบางคนก็เลือก Psychology บางคนก็เลือก History แล้วแต่เหมาะสม แม้จะเรียนแค่ 3-4 วิชา แต่การเรียนนั้นหนักมาก เพราะอย่าง IGCSE นั้นสัดส่วนของการ Teaching ของครูต่อ Self-study ของเด็กจะอยู่ที่ประมาณ 80 ต่อ 20 แต่พอขึ้น A-level แล้ว เด็กจะมีหน้าที่ในการ Self-study เป็นสัดส่วนอย่างน้อย 50% หรือมากกว่านั้น เพราะฉะนั้น ถ้าเลือกวิชาที่ไม่ใช่ เลือกสิ่งที่ไม่ได้รัก ย่อมไม่มีวันที่จะทำได้สำเร็จอย่างแน่นอน ปัจจุบันนี้ A-level ใน UK กับนอก UK มีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย ถ้าเป็นใน UK เด็ก ๆ จะสอบ A-level ทุกวิชา ทุกเนื้อหาพร้อมกันครั้งเดียวตอน Term 3 ของ Year 13 แต่ถ้าเป็นนอก UK หลาย ๆ โรงเรียนจะให้เด็ก ๆ ได้สอบ A-level แบ่งเป็นอย่างน้อย 2 รอบ ตอนจบ Year 12 สอบเนื้อหาครึ่งแรกของ A-level ที่เรียกว่า AS-level ตอนจบ Year 13 สอบเนื้อหาครึ่งหลังของ A-level ที่เรียกว่า A2-level แล้วเอาคะแนนกับเกรดสองส่วนนี้มารวมกันเป็นเกรด A-level ซึ่งอย่างเด็ก ๆ ที่มาทำ A-level แบบ Full-time Programme กับ Krutoo Home Education นั้น จะมีความยืดหยุ่นที่สูงขึ้น คือนอกจากจะสอบ AS-level ในปีแรก และ A2-level ในปีหลังแล้ว บางคนยังสามารถแบ่งสอบในรอบอื่น ๆ ระหว่างปีได้ เพื่อทยอยเก็บคะแนนและเกรดทีละ Module ๆ เพื่อให้สุดท้ายได้ผลรวมที่ดีที่สุด หรืออย่างบางคนสามารถจบ A-level ได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี ประหยัดทั้งเงินและเวลาไปครึ่งหนึ่ง ด้วยการแบ่งสอบ 2-3 รอบในปีนั้น ๆ การทำเช่นนี้เริ่มเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถออกแบบชีวิตได้หลากหลายมิติ ไม่ต้องขึ้นกับ Timeline ปกติที่ใช้กันในโรงเรียนทั่ว ๆ ไปอีกต่อไป และทั้งหมดนั้นคือความเข้าใจง่าย ๆ สำหรับพื้นฐานเกี่ยวกับ IGCSE และ A-level ครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามพี่ ๆ ทีมงานของ Krutoo ได้ที่ 02-026-3221 และ Line @krutoo หรือจะนัดหมายเข้ามาคุยกับ Consult ของเราก็ได้ครับ หรือถ้าดูแล้ว การทำ Full-time Programme ที่ Krutoo Home Education ไม่ว่าจะเป็น IGCSE หรือ A-level นั้นมีความยืดหยุ่นกว่า ปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้ชีวิตและเป้าหมายในการเรียนมากกว่า ก็สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อพูดคุยกับเพิ่มเติมได้เช่นกันครับ Krutoo Home Education : Tailored learning paths, shared dreams